[16 ต.ค. 2561/ไทยโพสต์] ประชาชนร่วมสวดมนต์พิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระลานพระราชวังดุสิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.4 ร.5 ร.9


สวดมนต์พิธีมหามงคลระลึก3พระองค์
ไทยโพสต์ | 16 ต.ค. 2561 | หน้า 1 | PR Value THB 71,910.00    
          กรุงเทพฯ * ประชาชนร่วมสวดมนต์พิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระลานพระราชวังดุสิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.4 ร.5 ร.9 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 พร้อมอัญเชิญ "พระแก้วมรกตน้อย" ประดิษฐานเป็นประธานในพิธี
          เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          ในการนี้ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารมาเป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์รวม 207 รูป นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) พระแก้วประจำรัชกาลที่ 6 มาประดิษฐานเป็นพระประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ อันจะเป็นมงคลแก่ชีวิต ประเทศชาติ และสืบสานพระราชปณิธาน "ธรรมราชินี" ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์เพื่อพระราชทานแก่ผู้มาร่วมพิธีด้วย
          เวลา 17.29 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          เมื่อพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข ถึงยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ขึ้นไปยังห้องพระชั้น 3 วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูป และอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรประดิษฐานบนรถยนต์พระประเทียบไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อรถยนต์พระประเทียบถึงพระลานพระราชวังดุสิต พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร ให้นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญขึ้นพระราชยาน โดยพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข เข้าริ้วขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          ต่อมาเวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          เมื่อนายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เดินทางมาถึงยังพระลานพระราชวังดุสิต ได้วางพวงมาลัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเข้าพลับพลาพิธี จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์ 207 รูปสวดมาติกา จบแล้วผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวหน้า 10 รูป
          นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทอดผ้าไตรจนครบ 207  รูป พระสงฆ์ 207 รูปสดับปกรณ์ ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 207 รูปเจริญพระพุทธมนต์ถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระสยามเทวาธิราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชน ณ พระลานพระราชวังดุสิตและในต่างจังหวัดสวดมนต์พร้อมกัน จบแล้วผู้แทนพระองค์ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 10 รูป นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จนครบ 207 รูป ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ผู้แทนพระองค์กราบที่หน้าเครื่องนมัสการ กราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ แสดงความเคารพราชอาสน์ ผู้แทนพระองค์เดินออกจากพลับพลาพิธีไปยังรถยนต์ประเทียบ ขึ้นรถยนต์ประเทียบแล้วเดินทางกลับ
          จากนั้นพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข กราบราบพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรที่โต๊ะหมู่บูชา นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรขึ้นพระราชยาน พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ผู้ร่วมในพิธียืนพนมมือส่งพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร และเดินนำขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรออกจากพลับพลาพิธีกลับไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
          พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตน้อย เป็นพระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ขนาดหน้าตักกว้าง 23.40 เซนติเมตร องค์พระสูง 36.80 เซนติเมตร สร้างจากหยกสีเขียวเข้ม ประภามณฑลและฐานเป็นไม้จำหลักปิดทอง ตามประวัติกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า พระราชวังดุสิตเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ สมควรจะมีพระพุทธรูปเพื่อทรงสักการบูชา เป็นเครื่องเชิดชูพระเกียรติคุณ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หาแก้วมรกตขนาดใหญ่ พร้อมช่างฝีมือดีเพื่อสร้างพระพุทธรูป สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเสาะหาหินหยกสีเขียวได้ในรัสเซีย และโปรดให้นายปีเตอร์ คาร์ล ฟาแบร์เช  เจ้าของร้านทองประจำราชสำนักรัสเซียเป็นผู้สร้าง จนแล้วเสร็จเมื่อปี 2457 จึงอัญเชิญพระพุทธรูปจากประเทศรัสเซียมายังประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือเรียกกันอย่างย่อว่า พระแก้วมรกตน้อย
          บรรยากาศ ณ พระลานพระราชวังดุสิต มีประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและสวมเสื้อสีเหลืองมาร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคลอย่างเนืองแน่น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักของแผ่นดิน
          น.ส.กัญญาณี สืบชุมภู อายุ 64 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านเขตสวนหลวง กล่าวว่าเดินทางมาถึงพระลานพระราชวังดุสิตเวลา 15.30 น.เพื่อร่วมพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ สมเด็จย่า และถวายพระพรชัยมงคลพระราชินีในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเริ่มพิธีได้นำพวงมาลัยดอกไม้สดถวายพ่อหลวง รัชกาลที่ 5 ก่อนนั่งรอพิธีพร้อมกับเพื่อนอีก 4  คน ตนมาร่วมสวดมนต์เป็นครั้งที่ 2 ตั้งใจมานมัสการพระแก้วมรกตน้อย และสวดถวายพระราชกุศลในโอกาสครบ 2 ปีในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาได้ทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บ้าน จากนั้นเดินทางมาร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ ท้องสนามหลวง รู้สึกพระองค์ยังอยู่ ไม่จากไปไหน
          น.ส.จินตนา กูลวิริยะ ครูโรงเรียนพระดาบส นำนักเรียนหลักสูตรเคหะบริบาลจำนวน 18 คนมาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ กล่าวว่าตั้งใจพานักเรียนมาร่วมกิจกรรมนี้เพื่อรับรู้พระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ให้คนไทย ในหลวง ร.9 ทรงก่อตั้งโรงเรียนพระดาบสเพื่อให้เด็กด้อยโอกาสเข้าถึงการศึกษาเมื่อปี 2549 ทรงเล็งเห็นว่าสังคมไทยขาดคนดูแลเด็กและผู้สูงอายุ พระราชทานแนวพระราชดำริตั้งหลักสูตรเคหะบริบาล นำมาสู่การสร้างคนดูแลผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง 10 ปีให้หลังไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แม้เสด็จสวรรคตแต่ครูและนักเรียนจะสืบสานพระราชปณิธานในหลวง ร.9 และในหลวง ร.10 อุทิศตนทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด.

รูป
 

ข่าวศาสนา

 

[16 ต.ค. 2561/ไทยโพสต์] : ประชาชนร่วมสวดมนต์พิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระลานพระราชวังดุสิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.4 ร.5 ร.9

สวดมนต์พิธีมหามงคลระลึก3พระองค์
ไทยโพสต์ | 16 ต.ค. 2561 | หน้า 1 | PR Value THB 71,910.00    
          กรุงเทพฯ * ประชาชนร่วมสวดมนต์พิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระลานพระราชวังดุสิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.4 ร.5 ร.9 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 พร้อมอัญเชิญ "พระแก้วมรกตน้อย" ประดิษฐานเป็นประธานในพิธี
          เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          ในการนี้ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารมาเป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์รวม 207 รูป นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) พระแก้วประจำรัชกาลที่ 6 มาประดิษฐานเป็นพระประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ อันจะเป็นมงคลแก่ชีวิต ประเทศชาติ และสืบสานพระราชปณิธาน "ธรรมราชินี" ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์เพื่อพระราชทานแก่ผู้มาร่วมพิธีด้วย
          เวลา 17.29 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          เมื่อพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข ถึงยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ขึ้นไปยังห้องพระชั้น 3 วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูป และอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรประดิษฐานบนรถยนต์พระประเทียบไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อรถยนต์พระประเทียบถึงพระลานพระราชวังดุสิต พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร ให้นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญขึ้นพระราชยาน โดยพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข เข้าริ้วขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          ต่อมาเวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
          เมื่อนายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เดินทางมาถึงยังพระลานพระราชวังดุสิต ได้วางพวงมาลัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเข้าพลับพลาพิธี จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์ 207 รูปสวดมาติกา จบแล้วผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวหน้า 10 รูป
          นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทอดผ้าไตรจนครบ 207  รูป พระสงฆ์ 207 รูปสดับปกรณ์ ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 207 รูปเจริญพระพุทธมนต์ถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระสยามเทวาธิราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชน ณ พระลานพระราชวังดุสิตและในต่างจังหวัดสวดมนต์พร้อมกัน จบแล้วผู้แทนพระองค์ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 10 รูป นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จนครบ 207 รูป ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ผู้แทนพระองค์กราบที่หน้าเครื่องนมัสการ กราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ แสดงความเคารพราชอาสน์ ผู้แทนพระองค์เดินออกจากพลับพลาพิธีไปยังรถยนต์ประเทียบ ขึ้นรถยนต์ประเทียบแล้วเดินทางกลับ
          จากนั้นพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข กราบราบพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรที่โต๊ะหมู่บูชา นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรขึ้นพระราชยาน พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ผู้ร่วมในพิธียืนพนมมือส่งพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร และเดินนำขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรออกจากพลับพลาพิธีกลับไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
          พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตน้อย เป็นพระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ขนาดหน้าตักกว้าง 23.40 เซนติเมตร องค์พระสูง 36.80 เซนติเมตร สร้างจากหยกสีเขียวเข้ม ประภามณฑลและฐานเป็นไม้จำหลักปิดทอง ตามประวัติกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า พระราชวังดุสิตเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ สมควรจะมีพระพุทธรูปเพื่อทรงสักการบูชา เป็นเครื่องเชิดชูพระเกียรติคุณ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หาแก้วมรกตขนาดใหญ่ พร้อมช่างฝีมือดีเพื่อสร้างพระพุทธรูป สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเสาะหาหินหยกสีเขียวได้ในรัสเซีย และโปรดให้นายปีเตอร์ คาร์ล ฟาแบร์เช  เจ้าของร้านทองประจำราชสำนักรัสเซียเป็นผู้สร้าง จนแล้วเสร็จเมื่อปี 2457 จึงอัญเชิญพระพุทธรูปจากประเทศรัสเซียมายังประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือเรียกกันอย่างย่อว่า พระแก้วมรกตน้อย
          บรรยากาศ ณ พระลานพระราชวังดุสิต มีประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและสวมเสื้อสีเหลืองมาร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคลอย่างเนืองแน่น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักของแผ่นดิน
          น.ส.กัญญาณี สืบชุมภู อายุ 64 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านเขตสวนหลวง กล่าวว่าเดินทางมาถึงพระลานพระราชวังดุสิตเวลา 15.30 น.เพื่อร่วมพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ สมเด็จย่า และถวายพระพรชัยมงคลพระราชินีในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเริ่มพิธีได้นำพวงมาลัยดอกไม้สดถวายพ่อหลวง รัชกาลที่ 5 ก่อนนั่งรอพิธีพร้อมกับเพื่อนอีก 4  คน ตนมาร่วมสวดมนต์เป็นครั้งที่ 2 ตั้งใจมานมัสการพระแก้วมรกตน้อย และสวดถวายพระราชกุศลในโอกาสครบ 2 ปีในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาได้ทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บ้าน จากนั้นเดินทางมาร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ ท้องสนามหลวง รู้สึกพระองค์ยังอยู่ ไม่จากไปไหน
          น.ส.จินตนา กูลวิริยะ ครูโรงเรียนพระดาบส นำนักเรียนหลักสูตรเคหะบริบาลจำนวน 18 คนมาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ กล่าวว่าตั้งใจพานักเรียนมาร่วมกิจกรรมนี้เพื่อรับรู้พระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ให้คนไทย ในหลวง ร.9 ทรงก่อตั้งโรงเรียนพระดาบสเพื่อให้เด็กด้อยโอกาสเข้าถึงการศึกษาเมื่อปี 2549 ทรงเล็งเห็นว่าสังคมไทยขาดคนดูแลเด็กและผู้สูงอายุ พระราชทานแนวพระราชดำริตั้งหลักสูตรเคหะบริบาล นำมาสู่การสร้างคนดูแลผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง 10 ปีให้หลังไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แม้เสด็จสวรรคตแต่ครูและนักเรียนจะสืบสานพระราชปณิธานในหลวง ร.9 และในหลวง ร.10 อุทิศตนทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด.

รูป