เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ : ศาสนาพุทธ

ประวัติ
เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นองค์กรการกุศล มีอุดมการณ์เผยแผ่ธรรม ชี้นำความถูกต้อง ปกป้องพระพุทธศาสนา ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๘ โดยการนำของนายประสิทธ กิตติสิทโธ นายจำรัส ดวงธิสาร และคณะ ซึ่งเป็นผู้ได้เคยบวชเรียนมาก่อน แล้วลาสิกขามาเป็นฆราวาส ประกอบอาชีพรับราชการและอาชีพอื่นๆ แตกต่างกันออกไป
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธรมหาเถร) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะใหญ่หนกลาง แม่กองบาลีสนามหลวง และเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ได้เมตตานุเคราะห์ สนับสนุนและมอบอาคารสถานที่ภายในวัดสามพระยาเป็นที่ตั้งสำนักงานเปรียญธรรม สมาคมฯ และ ม.ร.ว ศึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๓ ของประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนทั้งข้อคิด ข้อเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรมและโครงการต่างๆ พ.ศ.๒๕๒๐ ได้จัดตั้ง “มูลนิธิเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย” ขึ้นอีกสถาบันหนึ่ง เพื่อมีส่วนเป็นฐานสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย (สมาคมฯ) มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ดังนี้
(1) ธำรงรักษาและบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา
(2) ส่งเสริมความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่ชอบ
(3) บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสังคมสงเคราะห์
(4) พิทักษ์ความเป็นธรรมในสังคม
(5) ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
(6) เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมโดยใช้สื่อสารมวลชนเพื่อสาธารณประโยชน์
(7) เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคคล ชุมชนและประเทศชาติตามแนวทางพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง

โครงสร้างองค์การ
โครงสร้างองค์การเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ประกอบด้วยคณะทำงานในตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ ประธานกรรมการ รองประธาน กรรมการ เหรัญญิก และเลขานุการ ดังแผนภูมิ

การจัดกิจกรรมและการดำเนินโครงการต่างๆ
การจัดกิจกรรมและการดำเนินโครงการต่าง ๆ ถือว่าเป็นหัวใจของสถาบันทั้งสองแห่ง คณะกรรมการบริหารทุกคณะได้ร่วมกันทุ่มเททั้งกำลังกายกำลังใจ กำลังทรัพย์ และกำลังสติปัญญาจัดกิจกรรมและดำเนินโครงการต่างๆ ดังนี้
(1) ทำบุญใหญ่ประจำปี การจัดงานทำบุญใหญ่ประจำปี ทุกปี เพื่อบำเพ็ญทักษิณานุปทาน อุทิศกุศลแก่นักธรรม ธรรมศึกษา เปรียญธรรม และผู้มีอุปการคุณที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อฉลองพระภิกษุ–สามเณรทั่วประเทศที่สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคในสนามหลวง และเพื่อทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนเพิ่มทุนและตั้งทุนมูลนิธิ
(2) การรักษาศีล ปฏิบัติธรรม จัดโครงการรักษาศีล ปฏิบัติธรรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ปีละ ๔-๕ ครั้ง ตามวัดต่างๆในทุกภาคของประเทศไทย
(3) อบรมศีลธรรม จัดโครงการอบรมศีลธรรมแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยการส่งพระวิทยากรและฆราวาส วิทยากรไปบรรยายธรรม ฝึกมารยาทไทย และบำเพ็ญจิตภาวนา
(4) ธรรมสัญจร จัดโครงการธรรมสัญจร ทั้งใน กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยการจัดอภิปรายธรรม บรรยายธรรม และเสวนาธรรม ทั้งในวัด สถาบันการศึกษา บริษัท และองค์กรต่างๆ ที่เชิญมาปีละ ๑๒ ครั้ง
(5) เลือกนักธรรมและเปรียญธรรมดีเด่น จัดการคัดเลือกนักธรรมและเปรียญธรรมดีเด่นประจำปี โดยการแบ่งคัดเลือกออกเป็น ๓ ประเภท คือ ประเภทนักธรรมและเปรียญธรรมดีเด่นสาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติ สาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และสาขาการคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อนำเข้าพระราชทานโล่และรางวัล
(6) ถวายความรู้พระบวชใหม่ จัดโครงการถวายความรู้แก่พระนวกะ (พระบวชใหม่) ในเขตกรุงเทพมหานคร จัดให้มีการถวายความรู้แก่พระนวกะ ทุกวันโกนใหญ่ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) ของทุกเดือนตามหน่วยอบรมเขตต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ตลอดเทศกาลเข้าพรรษา
(7) ร่วมงานวันสำคัญทางพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชาของทุกปี คือการจัดนิทรรศการ โต๊ะหมูบูชา การอภิปรายธรรม การบรรยายธรรม การโต้วาที และการทำบุญตักบาตร ณ ปริมณฑลท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร
(8) จัดรายการธรรมะ “ทางเดิน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๗.๐๐- ๑๗.๓๐ น.ทางสถานีวิทยุกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ คลื่น A.M. ๙๖.๓ โดยนายสมบัติ ศีลสาร ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ (ยุติรายการไปแล้ว
(9) ทำวารสาร "ทางเดิน" เป็นวารสาร 3 เดือน เพื่อเผยแผ่ธรรม ชี้นำความถูกต้อง ปกป้องพระพุทธศาสนา เป็นสื่อกลางของชาวพุทธ และสร้างจุดเข้าใจอันดี ระหว่างศาสนา กำหนดออกปีละ ๔ ฉบับ ฉบับละ ๔,๐๐๐ เล่ม ๓ เดือนต่อ ๑ ฉบับ โดยจัดส่งให้แก่สมาชิกวารสารทางเดิน ถวายพระเถรานุเถระ ในโอกาสต่างๆ และมอบเป็นธรรมบรรณาการแก่ผู้มีอุปการคุณ
(10) ถวายสังฆทาน จัดบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ในวันที่ ๙ มิถุนายน และบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และอุทิศกุศลแก่ นายบัญชา ล่ำซำ ซึ่งเป็นผู้มีอุปการคุณต่อสถาบันทั้ง ๒ ในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ของทุกปี ฯลฯ
(11) ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และแนะนำให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่วัด องค์การกุศล สมาชิก และบุคคลทั่วไป
(12) ให้คำปรึกษาการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา แก่องค์กรต่างๆ และบุคคลทั่วไป เช่น พิธีทำบุญวันเกิด พิธีบรรพชาอุปสมบท พิธีทำบุญหรือบำเพ็ญกุศลผู้เสียชีวิต และพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่เป็นต้น
(13) บำเพ็ญกุศลวันมูลนิธิฯในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จย่า ๑๘ กรกฎาคม

นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ

ลำดับ ชื่อ - นามสกุล ตำแหน่ง
1 นายประสิทธิ กิตติสิทโธ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑-๒
2 นายจำรัส ดวงธิสาร นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๒,๖,๑๒
3 นายประเทือง ไตรทิพย์ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๔
4 น.อ (พิเศษ) อ่อน บุญญพันธุ์ ร.น นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๕-๖
5 นายสังเวียน ภู่ระหงษ์ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๗-๑๑
6 นายสุพจน์ วิสุทธิกันต์ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๓
7 ดร.สนิท ศรีสำแดง นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๔
8 พลตรี ไชยนาจ ญาติฉิมพลี นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๕-๑๖-๑๗
9 นายโชค ไกรเทพ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๘
10 พันเอก(พิเศษ) บุญชู ศรีเคลือบ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๙

สถานที่ตั้งและการติดต่อ
ที่ตั้ง : เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ วัดสามพระยา เลขที่ 165 ถนนสามเสน 5 เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : 0-2628-7283 / 0-2628-8878
โทรสาร : 0-2628-7283
เว็บไซต์ : http://www.pada.or.th/


สมัครสมาชิกเพื่อติดตามศาสนสถานที่แห่งนี้ หรือแจ้งแก้ไขข้อมูล
 

องค์การทางศาสนา

เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ : ศาสนาพุทธ

ประวัติ
เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นองค์กรการกุศล มีอุดมการณ์เผยแผ่ธรรม ชี้นำความถูกต้อง ปกป้องพระพุทธศาสนา ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๘ โดยการนำของนายประสิทธ กิตติสิทโธ นายจำรัส ดวงธิสาร และคณะ ซึ่งเป็นผู้ได้เคยบวชเรียนมาก่อน แล้วลาสิกขามาเป็นฆราวาส ประกอบอาชีพรับราชการและอาชีพอื่นๆ แตกต่างกันออกไป
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธรมหาเถร) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะใหญ่หนกลาง แม่กองบาลีสนามหลวง และเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ได้เมตตานุเคราะห์ สนับสนุนและมอบอาคารสถานที่ภายในวัดสามพระยาเป็นที่ตั้งสำนักงานเปรียญธรรม สมาคมฯ และ ม.ร.ว ศึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๓ ของประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนทั้งข้อคิด ข้อเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรมและโครงการต่างๆ พ.ศ.๒๕๒๐ ได้จัดตั้ง “มูลนิธิเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย” ขึ้นอีกสถาบันหนึ่ง เพื่อมีส่วนเป็นฐานสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย (สมาคมฯ) มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ดังนี้
(1) ธำรงรักษาและบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา
(2) ส่งเสริมความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่ชอบ
(3) บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสังคมสงเคราะห์
(4) พิทักษ์ความเป็นธรรมในสังคม
(5) ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
(6) เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมโดยใช้สื่อสารมวลชนเพื่อสาธารณประโยชน์
(7) เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคคล ชุมชนและประเทศชาติตามแนวทางพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง

โครงสร้างองค์การ
โครงสร้างองค์การเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ประกอบด้วยคณะทำงานในตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ ประธานกรรมการ รองประธาน กรรมการ เหรัญญิก และเลขานุการ ดังแผนภูมิ

การจัดกิจกรรมและการดำเนินโครงการต่างๆ
การจัดกิจกรรมและการดำเนินโครงการต่าง ๆ ถือว่าเป็นหัวใจของสถาบันทั้งสองแห่ง คณะกรรมการบริหารทุกคณะได้ร่วมกันทุ่มเททั้งกำลังกายกำลังใจ กำลังทรัพย์ และกำลังสติปัญญาจัดกิจกรรมและดำเนินโครงการต่างๆ ดังนี้
(1) ทำบุญใหญ่ประจำปี การจัดงานทำบุญใหญ่ประจำปี ทุกปี เพื่อบำเพ็ญทักษิณานุปทาน อุทิศกุศลแก่นักธรรม ธรรมศึกษา เปรียญธรรม และผู้มีอุปการคุณที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อฉลองพระภิกษุ–สามเณรทั่วประเทศที่สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคในสนามหลวง และเพื่อทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนเพิ่มทุนและตั้งทุนมูลนิธิ
(2) การรักษาศีล ปฏิบัติธรรม จัดโครงการรักษาศีล ปฏิบัติธรรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ปีละ ๔-๕ ครั้ง ตามวัดต่างๆในทุกภาคของประเทศไทย
(3) อบรมศีลธรรม จัดโครงการอบรมศีลธรรมแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยการส่งพระวิทยากรและฆราวาส วิทยากรไปบรรยายธรรม ฝึกมารยาทไทย และบำเพ็ญจิตภาวนา
(4) ธรรมสัญจร จัดโครงการธรรมสัญจร ทั้งใน กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยการจัดอภิปรายธรรม บรรยายธรรม และเสวนาธรรม ทั้งในวัด สถาบันการศึกษา บริษัท และองค์กรต่างๆ ที่เชิญมาปีละ ๑๒ ครั้ง
(5) เลือกนักธรรมและเปรียญธรรมดีเด่น จัดการคัดเลือกนักธรรมและเปรียญธรรมดีเด่นประจำปี โดยการแบ่งคัดเลือกออกเป็น ๓ ประเภท คือ ประเภทนักธรรมและเปรียญธรรมดีเด่นสาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติ สาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และสาขาการคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อนำเข้าพระราชทานโล่และรางวัล
(6) ถวายความรู้พระบวชใหม่ จัดโครงการถวายความรู้แก่พระนวกะ (พระบวชใหม่) ในเขตกรุงเทพมหานคร จัดให้มีการถวายความรู้แก่พระนวกะ ทุกวันโกนใหญ่ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) ของทุกเดือนตามหน่วยอบรมเขตต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ตลอดเทศกาลเข้าพรรษา
(7) ร่วมงานวันสำคัญทางพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชาของทุกปี คือการจัดนิทรรศการ โต๊ะหมูบูชา การอภิปรายธรรม การบรรยายธรรม การโต้วาที และการทำบุญตักบาตร ณ ปริมณฑลท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร
(8) จัดรายการธรรมะ “ทางเดิน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๗.๐๐- ๑๗.๓๐ น.ทางสถานีวิทยุกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ คลื่น A.M. ๙๖.๓ โดยนายสมบัติ ศีลสาร ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ (ยุติรายการไปแล้ว
(9) ทำวารสาร "ทางเดิน" เป็นวารสาร 3 เดือน เพื่อเผยแผ่ธรรม ชี้นำความถูกต้อง ปกป้องพระพุทธศาสนา เป็นสื่อกลางของชาวพุทธ และสร้างจุดเข้าใจอันดี ระหว่างศาสนา กำหนดออกปีละ ๔ ฉบับ ฉบับละ ๔,๐๐๐ เล่ม ๓ เดือนต่อ ๑ ฉบับ โดยจัดส่งให้แก่สมาชิกวารสารทางเดิน ถวายพระเถรานุเถระ ในโอกาสต่างๆ และมอบเป็นธรรมบรรณาการแก่ผู้มีอุปการคุณ
(10) ถวายสังฆทาน จัดบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ในวันที่ ๙ มิถุนายน และบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และอุทิศกุศลแก่ นายบัญชา ล่ำซำ ซึ่งเป็นผู้มีอุปการคุณต่อสถาบันทั้ง ๒ ในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ของทุกปี ฯลฯ
(11) ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และแนะนำให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่วัด องค์การกุศล สมาชิก และบุคคลทั่วไป
(12) ให้คำปรึกษาการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา แก่องค์กรต่างๆ และบุคคลทั่วไป เช่น พิธีทำบุญวันเกิด พิธีบรรพชาอุปสมบท พิธีทำบุญหรือบำเพ็ญกุศลผู้เสียชีวิต และพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่เป็นต้น
(13) บำเพ็ญกุศลวันมูลนิธิฯในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จย่า ๑๘ กรกฎาคม

นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ

ลำดับ ชื่อ - นามสกุล ตำแหน่ง
1 นายประสิทธิ กิตติสิทโธ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑-๒
2 นายจำรัส ดวงธิสาร นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๒,๖,๑๒
3 นายประเทือง ไตรทิพย์ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๔
4 น.อ (พิเศษ) อ่อน บุญญพันธุ์ ร.น นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๕-๖
5 นายสังเวียน ภู่ระหงษ์ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๗-๑๑
6 นายสุพจน์ วิสุทธิกันต์ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๓
7 ดร.สนิท ศรีสำแดง นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๔
8 พลตรี ไชยนาจ ญาติฉิมพลี นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๕-๑๖-๑๗
9 นายโชค ไกรเทพ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๘
10 พันเอก(พิเศษ) บุญชู ศรีเคลือบ นายกเปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมัยที่ ๑๙

สถานที่ตั้งและการติดต่อ
ที่ตั้ง : เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ วัดสามพระยา เลขที่ 165 ถนนสามเสน 5 เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : 0-2628-7283 / 0-2628-8878
โทรสาร : 0-2628-7283
เว็บไซต์ : http://www.pada.or.th/


สมัครสมาชิกเพื่อติดตามศาสนสถานที่แห่งนี้ หรือแจ้งแก้ไขข้อมูล