สถานปฏิบัติธรรม วัดป่าสุคะโต (วัดเอราวัณ)
    รายละเอียดสถานปฏิบัติธรรม
 

 
ชื่อสถานปฏิบัติธรรม :
วัดป่าสุคะโต (วัดเอราวัณ)
 
ประเภทของสถานปฏิบัติธรรม :
พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร
 
สังกัดวัด :
 
สังกัดคณะสงฆ์ :
มหานิกาย
 
เจ้าอาวาส :
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
 
ตั้งอยู่ที่ตำแหน่ง :
ละติจูด 16.14882 ลองจิจูด 102.08907
 
website :
http://www.pasukato.org/
 
เลขที่ :
หมู่ที่ :
 
ถนน :
 
แขวง/ตำบล :
ท่ามะไฟหวาน
 
เขต/อำเภอ :
แก้งคร้อ
 
จังหวัด :
ชัยภูมิ
 
รหัสไปรษณีย์ :
36150
 
โทรศัพท์ :
085-4927709 , 087-9571684
 
    รายละเอียดสถานปฏิบัติธรรม  
 











 

การขึ้นไปป่าหลังเขาในต้นปี ๒๕๑๒ นั้น เดิมทีหลวงพ่อบุญธรรมตั้งใจจะไปเพียงเที่ยวป่าเล่นๆเท่านั้น แต่ความอุดมสมบูรณ์และความงดงามของธรรมชาติของป่าหลังเขา ในปีนั้นสิได้เปลี่ยนความตั้งใจของหลวงพ่อไปเสีย พอใกล้ฤดูพรรษาปีถัดมาพระองค์อื่นที่เดินทางมาด้วยกัน ต่างกลับลงเขาไปจำพรรษาอยู่ ณ สำนักของหลวงพ่อเทียนกันหมด เหลือหลวงพ่อบุญธรรมจำพรรษาอยู่กลางป่าเพียงองค์เดียว ท่านเล่าว่าคืนแรกๆ ที่ต้องอยู่คนเดียวนั้น หมีใหญ่สองตัวกัดกันเสียงดังลั่นป่า เล่นเอาท่านนอนไม่ หลับ ต้องมาพิจารณาเปรียบเทียบตัวท่านเองกับสุนัขที่นอนหน้ากุฏิ สุนัขไม่เห็นกลัวทั้งๆ ที่นอนกับดิน ตัวท่านเองสิมีกุฏิยกพื้นเสียอีก การที่มนุษย์เรียกตนเองว่าสัตว์ประเสริฐนั้นกลับมาคิดฟุ้งซ่านแต่เรื่องบ้าๆ ท่านแข็งใจอยู่ต่อ ชาวบ้านกลัวท่านตกใจจะหนีลงเขา จึงเตรียมจัดเวรมาอยู่เป็นเพื่อน ท่านก็ไม่ยอม ไม่นานนักท่านก็ปรับตัวเข้ากลับป่าได้ และท่านก็อยู่องค์เดียวกลางป่าถึง ๓ พรรษา มีพระอื่นมาจำพรรษาด้วยก็ในพรรษาที่ ๔ เข้าไปแล้ว

การแยกตัวออกมาจากสำนักหลวงพ่อเทียนมาอยู่ที่ป่าหลังเขานั้น ค่อนข้างจะฝืนมติกลุ่มมาก แม้แต่พระอาจารย์คำเขียนซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องและเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียว กัน ก็ยังเคยขึ้นมาตามถึงหลังเขา ขอให้ลงไปช่วยกันฟื้นฟูพระศาสนา หลวงพ่อก็ปฏิเสธคงลงไปช่วยในงานอบรมกรรมฐานเป็นครั้งคราว แต่ที่ไปประจำก็คือการอบรม กรรมฐานที่บ้านหนองแก บ้านเดิมของท่านเองซึ่งหลวงพ่อคำเขียนเป็นหลักคู่กับหลวงพ่อบุญธรรม จัดมาแต่ปี ๒๕๑๔ ในการสืบประเพณีกรรมฐานในชุมชนแห่งนี้ตลอด มาจนถึงปัจจุบันไม่ขาด

ภูโค้ง หรือที่ทางการเรียกว่า “ภูแลนคา”  เป็นจุดเริ่มต้นของขุนเขา ซึ่งทอดไปเป็นเทือกต่อไปจรดแดนเพชรบูรณ์ ทอดเป็นทิวยาวลงใต้ต่อแนวดงพญาเย็น ซึ่งเป็นเทือก เขาขวางกั้นภาคอีสานออกจากภาคกลาง แบ่งลุ่มน้ำโขงออกจากเจ้าพระยา ความเก่าแก่ของขุนเขา ทำให้ยอดเขาสึกกร่อนกลายเป็นที่ราบสูงๆ ต่ำๆ แผ่เป็นบริเวณกว้าง คลุมยอดเขานับหมื่นนับพันไร่ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าหลังเขานี้ คล้ายกับเป็นพรมป่าไม้หนาทึบ ความเยือกเย็นของผืนพรมป่าไม้นี้ได้ดูดซับความชุ่มชื่นของเมฆฝนไว้ อย่างเต็มอิ่ม และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของลำน้ำปะทาว ซึ่งไหลเลาะป่าหลังเขาไปทางตะวันออก และเป็นหนึ่งในสายน้ำต้นกำเนิดของลำชี อันหล่อเลี้ยงอีสานตอนบน หลวงพ่อเคยเล่าถึงความชุ่มชื้นแห่งป่าหลังเขาในอดีตว่า ฤดูฝนเสื่อสาดต้องตากผึ่งแดดลมทุกวัน มิฉะนั้นเราจะขึ้นในข้ามวันและสายน้ำลำปะทาวไม่เคยแห้งแม้ในปีที่ แล้งจัด เป็นที่หล่อเลี้ยงทั้งมนุษย์และสรรพสัตว์บนป่าหลังเขา ฤดูร้อนไม่เคยร้อน เพราะเงาป่ายังหนา ฤดูหนาวก็ไม่หนาวจัดเหมือนพื้นราบอันโล่ง ถึงฤดูฝนน้ำก็ไม่เคย ท่วมและพายุก็ไม่รุนแรงเพราะมีป่ารองรับชั้นนึงก่อน ป่าไม้ที่มีอยู่ก็เป็นป่าชั้นหนึ่ง ชนิดยังบริสุทธิ์จากการรุกรานของกิเลสมนุษย์ ไม้ตะเคียนทองอันมีค่ายิ่งก็ยังมีมาก
พงอ้อและกอหญ้าคากลับเป็นสิ่งหายาก เพราะไม่มีโอกาสเกิด ด้วยเหตุที่ป่าปกแสงไม่ถึงดินแม้จะมืด แต่พื้นล่างของป่าก็โปร่งทางเดินสะดวก ไฟป่าไม่เคยปรากฏ เพราะความร้อนไม่เคยตกถึงพื้นป่า ขณะเดียวกัน ความชุ่มชื่นก็ไม่เคยหมดไปจากพื้นป่าเช่นกัน เรื่องนี้ต่างกับหลังเขาในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีหญ้าคาปกคลุมพื้นที่จำนวนมากในฤดูฝน พอหน้าแล้งก็ง่ายที่จะกลายเป็นทะเลเพลิง ยิ่งระยะหลังเพลิงป่ายังลามเข้าไปเผาไหม้แม้ในเขตป่าของอารามวัดสุคะโตทีเดียว

ปีแรกๆ หลวงพ่อบุญธรรมใช้เวลากับการธุดงค์ สำรวจป่าไม้และสรรพสัตว์น้อยใหญ่ ทำความรู้จักมักคุ้นกับชาวบ้านและธรรมชาติทั้งมวล หลวงพ่อเคยเดินไปถึงชายแดน ต่อเขตวิเชียรบุรีจังหวัดเพชรบูรณ์ ชีวิตพระธุดงค์มักมีเรื่องตื่นเต้นเสมอๆ หลวงพ่อเล่าว่ามีครั้งหนึ่งพระธุดงค์ไปปักกลดกลางป่า ครั้งนั้นหลวงพ่อไม่ได้ไปด้วย กลางดึกคืนหนึ่ง ก็มีอาคันตุกะตัวใหญ่มาเขย่ากลด เมื่อการเผชิญหน้าที่แท้จริงเกิดขึ้น ทั้งพระธุดงค์และอาคันตุกะเจ้าของป่าต่างก็ตกใจ หันหลังให้กันแล้วออกวิ่งทั้งคู่ รุ่งเช้าจึงพบความจริงว่าไปปักกลดขวางทางช้างผ่าน

จากการธุดงค์ ทำให้หลวงพ่อรู้จักชาวบ้านบนหลังเขาแทบทุกบ้าน ซึ่งขณะนั้นบ้านท่ามะไฟหวานมีชาวบ้านอยู่เพียง ๓๐ กว่าหลังคาเรือน บ้านกุดโง้งมีเพียง ๑๕ หลังคา เรือนเท่านั้น ทางขึ้นยังต้องเดินเท้า ลัดเลาะปีนป่ายจากตีนเขาขึ้นมา ทางรถยังไม่มีชาวบ้านในสมัยนั้นปลูกข้าวกินเป็นหลัก การปลูกเพื่อขายยังมีน้อย หลวงพ่อเล่าว่า ผู้คนที่อพยพขึ้นไปบุกเบิกป่าหลังเขาในยุคต้นนั้น ไม่ใช่อพยพเพราะแรงบีบคั้นทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ว่าชีวิตทางที่ราบเบื้องล่างจะฝืดเคือง แต่เป็นเพราะปัญหาส่วนตัว บางคนหนีคดีขึ้นมากลับเนื้อกลับตัวก็มี ลักษณะสังคมของชุมชนหลังเขาในยุคต้น ก็คล้ายกับชุมชนอดีตโจรใหญ่น้อยจากสารทิศหนีภัยอาญามาพักพิง

ข้าวโพดและมันสำปะหลังเพิ่งจะจู่โจมขึ้นมาบนหลังเขาเมื่อปี ๒๕๑๗ การแพร่ระบาดของพืชเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐจากกรุงเทพฯ เป็นไปอย่างน่าตกใจ ป่าหลังใหญ่ถูกทำลายผืนแล้วผืนเล่าเพียงปลูกฟื้นต้นเล็กๆ ขายแลกเป็นเงิน ชาวนาจากทั่วภูมิภาคอิสาน ซึ่งเล่าลือกิตติศัพท์ของความอุดมสมบูรณ์แห่งป่าหลังเขาประกอบกับ ตื่นตูมกับราคามันและข้าวโพด ทำให้ผู้คนยกขบวนอพยพขึ้นไปจับจองหรือแบ่งซื้อที่บนหลังเขาเพื่อว่าวันหนึ่งจะร่ำรวย เป็นเหตุให้ชุมชนบ้านท่ามะไฟหวานและบ้านกุดโง้งขยายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับชุมชนใหม่ๆ และนี่คืออวสานของป่าใหญ่หลังเขา

มีสิ่งหนึ่งที่น่าจะบันทึกไว้ก็คือ หญ้าคอมมิวนิสต์ก็เกิดขึ้นในช่วงที่ชาวบ้านปลูกไร่ข้าวโพด พูดกันว่าหญ้านี้มากับพันธุ์ข้าวโพดที่ชาวบ้านแถบวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เอามาปลูกบนภูโค้ง ก่อนหน้านั้นไม่มีหญ้าคอมมิวนิสต์บนนั้นเลย

การที่มีหลวงพ่อจากต่างถิ่นขึ้นมาจำพรรษาบนป่าหลังเขาย่อมเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งของชาวบ้าน ที่ได้มีโอกาสทำบุญสุญทานสะดวก มีที่พึ่งทางจิตใจประกอบกับ กับอัธยาสัยอันงดงามของหลวงพ่อบุญธรรม ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจึงช่วยกันบริจาคผืนดินที่จับจองแล้วสลับแลกเปลี่ยนกันเอง จนได้เป็นแปลงใหญ่ที่มีผืนป่าติดต่อกันผืนใหญ่ รวมเนื้อที่แล้วประมาณ ๕๐๐ ไร่ หลวงพ่อเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับชาวบ้านในอดีตว่า อบายมุขเป็นเรื่องปกติและรุนแรงบนชุมชนหลังเขา แต่ท่านไม่เคยไปเทศนาเล่นงานชาวบ้านในเรื่องอบายมุขเลย เพียงแต่พบว่างานบ้านไหนนิมนต์ท่านแล้วเอาเหล้ายาและการพนันมากินมาเล่นให้เห็น ครั้งต่อไปแม้นิมนต์ก็ไม่ไป ปล่อยให้เสียงานไปเลย วิธีนี้ได้ผลเพราะชาวบ้านกลัวกันมาก การที่หลวงพ่อไม่ยอมประนีประนอมกับอบายมุข แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ไปปะทะโดยตรง เพียงแต่สร้าง เงื่อนไขให้ชาวบ้านต้องเลือกเอาระหว่างบุญกับเหล้ายา และชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เลือกบุญ ไม่เฉพาะแต่เหล้ายาเท่านั้น กัญชาอันเคยมีอุดมถมถื่นบนหลังเขาก็ค่อยๆลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ชมรมเด็กรักนก

ประวัติการก่อตั้ง

เมื่อครั้งหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน ได้จาริกจากวัดป่าสุคะโต บ้านกุดโง้ง ซึ่งอยู่ห่างจากประมาณ ๔ กิโลเมตร เพื่อกลับวัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน ระหว่างทางได้พบเห็นชาวบ้านสามีภรรยาอุ้มลูกซึ่งป่วยเป็นไข้ป่า (มาลาเรีย) มาหยุดตรงหน้าเพื่อให้หลวงพ่อช่วย แต่ในที่สุดเด็กก็ได้ตายไปต่อหน้าหลวงพ่อ ทำให้หลวงพ่อรู้เห็นถึงทุกข์ยากของชาวบ้าน และการสูญเสียคนในครอบครัว นับเป็นสิ่งที่สะดุดใจหลวงพ่อ อันเป็นเหตุให้ท่านเริ่มงานพัฒนาชุมชนอย่างแข็งขันในเวลาต่อมา ปัญหาของเด็กเล็กซึ่งไม่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่เท่าที่ควร เวลาพ่อแม่ไปไร่นาต้องหอบหิ้วเด็กเล็กไปด้วยเนื่องจากไม่มีใครที่บ้านที่จะช่วยดูแล เวลาเจ็บไข้ไม่สบายป่วยเป็นมาลาเรียถึงตายก็มี เพราะภูโค้งเวลานั้นยังเป็นป่าดงดิบ ดังนั้น จึงได้มีการจัดประชุมชาวบ้านเพื่อสอบถามความเดือดร้อนพร้อมทั้งหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งความทุกข์ของชาวบ้าน ก็คือการป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรีย ความเดือดร้อนจากการถูกจับกุมโดยป่าไม้ จากผลการประชุมได้มีการตกลงให้นำ เด็กๆก่อนเกณฑ์วัยเรียนมาฝากไว้ที่วัดภูเขาทอง จึงได้จัดตั้งเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนขึ้น เมื่อปี่ ๒๕๒๑ ในระยะแรกนั้นหลวงพ่อได้ทำหน้าที่เป็นครู เลี้ยงดูเด็กๆด้วยตัวตนเอง หลังจากนั้นจึงได้จัดหาชาวบ้านมาช่วยสอนเด็กๆเหล่านี้ การที่เด็กๆมาอยู่ที่วัดทำให้หลวงพ่อพบว่าเด็กๆเหล่านี้ขาดสารอาหาร หลวงพ่อจึงได้จัดทำโครงการนมถั่วเหลือง เพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับเด็ก

แต่เมื่อครั้งที่เด็กๆ กลุ่มนี้ได้เข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาในโรงเรียนบ้านท่ามะไฟหวาน ก็ยังคงแวะเวียนมาเล่นอยู่ที่วัดประจำ อันเนื่องจากความผูกพันกับวัด หลวงพ่อและพระภิกษุในวัด ดังนั้นจึงได้มีการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจรรมอยู่เป็นประจำ พระอิศรา และพระไพศาล วิสาโลซึ่งเป็นพระรุ่นใหม่และเป็นชาวกรุงเทพมหานคร ได้มีการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติและธรรมะ จึงได้อาศัยนกเป็นสื่อและก่อตั้งเป็นชมรมเด็กรักนก บ้านท่ามะไฟหวานเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๔ มีการประสานงานกับทางสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย เพื่อการเผยแพร่กิจกรรมและจัดฝึกอบรมการศึกษาดูนกเบื้องต้น การจำแนกชนิดของนก การวาดและบันทึกนก ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างนกกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน ธรรมชาติและธรรมะ

นอกจากนี้ได้ขยายกิจกรรมไปสู่วัดบ้านท่าทางเกวียน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้เคียงกัน แต่ก็ต้องหยุดกิจกรรม เนื่องจากพระที่ทำกิจกรรมกับเด็กๆไม่อยู่แต่ที่วัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน หลวงพ่อคำเขียนและพระลูกวัดยังให้ความสนใจกับกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพระอิศรา ลาสิกขา(สึก)ในปี ๒๕๓๘ การดำเนินงานต้องหยุดกิจกรรม เนื่องจากขาดบุคลากรและอาสาสมัครในการดำเนินกิจกรรม

แต่ในปี ๒๕๔๑ นายวิชัย นาพัว สมาชิกคนหนึ่งของชมรมเด็กรักนกและเป็นเยาวชนในหมู่บ้านได้กลับมาภูมิลำเนาเดิม หลังจากได้รับประสบการณ์ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยได้กลับมารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นเยาวชนในหมู่บ้านและเคยร่วมกิจกรรมในวัยเด็ก เพื่อส่งเสริมการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ด้วยการอาศัยความรู้ประสบการณ์เดิม ในการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็กๆในหมู่บ้าน และขยายกิจกรรมสู่โรงเรียนบนเทือกเขาภูแลนคาในกิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติ โครงการศึกษาและสำรวจนกบนเทือกเขาภูแลนคาเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งได้เข้าร่วมเป็นองค์กรเครือข่ายกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

ลักษณะกลุ่มเยาวชน

เป็นการรวมกลุ่มเยาวชนในพื้นบนเทือกเขาภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ ที่มีความสนใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์นกและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น

สมาชิก

เด็กนักเรียน เยาวชน สมาชิกชมรมเด็กรักนก ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น อายุ ๕-๒๐ ปี ในเขตชุมชนบนเทือกเขาภูแลนคา จังหวัดชันภูมิ จำนวน ๖ หมู่บ้าน คือ บ้านท่ามะไฟหวาน บ้านกุดโง้ง บ้านใหม่ไทยเจริญ อ.แก้งคร้อ บ้านตาดรินทอง อ.ภูเขียว บ้านลาดผักหนาม และบ้านแหล่ออนซอน ต.ซับสีทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ

โครงการที่ดำเนินงานทางด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปี ๒๕๔๑
เป็นการกลับมาของสมาชิก นายวิชัย นาพัว โครงการดนตรีสีเขียว ครั้งที่ ๑-๒ (รณรงค์ป้องกันยาเสพติดในชุมชน)ร่วมกับชุมชนวิถีไท-เยาวชนร่วมโครงการฝึกอบรมปรากฏการณ์ภาวะเรือนกระจกของ UNDP กับพี่อิศรา

ปี ๒๕๔๒
ในปี ๒๕๔๒ ทางชมรมเด็กรักนก ได้มีการเล็งเห็นถึงการให้ความรู้และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้โดยการอาศัยนกเป็นสื่อ จึงได้ริเริ่มทำโครงการห้องเรียนธรรมชาติจำนวน ๑๑ โรงเรียน เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับนกและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
- โครงการห้องเรียนธรรมชาติ ๑๑ โรงเรียน ระดับประถมศึกษาปี่ที่ ๑-๖
- โครงการแรลลี่จักรยาน “ ปั่นเท้าปันใจให้ต้นกล้า ”
- โครงการดนตรีสีเขียว ครั้งที่ ๓ (รณรงค์ป้องกันยาเสพติดในชุมชน)
- โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำปะทวน ภูหลง-ผากระแส (ปลูกป่า จำนวน ๓๐ไร่)
- โครงการจัดทำผลิตภัณฑ์เข็มกลัดนกขาย
- ร่วมงานรำลึกช้างตกเหวนรกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ปี ๒๕๔๓
ในปี ๒๕๔๓ ถึงปัจจุบัน จัดทำโครงการศึกษาสำรวจชนิดของนก ผลกระทบต่อปริมาณและชนิดของนก ด้วยการจัดทำเป็นข้อมูลเชิงสถิติอย่างต่อเนื่อง โดยมีพระไพศาลสาโล เจ้าอาวาสวัดสุคะโต, คุณอุทัย ตรีสุคนธ์ นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย, คุณกิตติ กรีติยุตานนท์, คุณวรรชนก สุวรรณกร เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นที่ปรึกษาโครงการมาโดยตลอด
- โครงการส่งเสริมธุรกิจชุมชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น (ผลิตภัณฑ์เข็มกลัดนกไม้) ไปตามโรงเรียนและหมู่บ้าน (บ้านตาดรินทอง บ้านท่าเว่อ บ้านท่าทางเกวียน บ้านกุดโง้ง บ้านท่ามะไฟหวาน บ้านยางคำ บ้านทุ่งคำหลวง )
- โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ วัดป่าสุคะโต จำนวน ๑๕ ไร่
- โครงการจัดฝึกอบรมการสำรวจคุณภาพน้ำด้วยสัตว์เล็กน้ำจืด “ นักสืบสายน้ำ ”
- โครงการจัดทำจดหมายข่าวชมรม
- ร่วมงานรำลึกช้างตกเหวนรกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
- โครงการธรรมยาตราเพื่อชีวิตและธรรมชาติ ลุ่มน้ำลำปะทาว
- โครงการผลิตภัณฑ์เข็มกลัดนกไม้

ปี ๒๕๔๔
- โครงการศึกษาและสำรวจนกบนเทือกเขาภูแลนคา
- โครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชนเพื่อการสื่อความหมายทางธรรมชาติ
- โครงการสำรวจประเมินคุณภาพน้ำลำปะทาวด้วยการจำแนกสัตว์เล็กน้ำจืด “ นักสืบสายน้ำ ”
- โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ลุ่มน้ำลำปะทวน ครั้งที่ ๒
- โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ วัดป่าสุคะโต จำนวน ๒๐ ไร่
- โครงการจัดทำจดหมายข่าวชมรม
- ร่วมงานรำลึกช้างตกเหวนรกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
- โครงการผลิตภัณฑ์เข็มกลัดนกไม้

ปี ๒๕๔๕
- โครงการเด็กรักษ์นกเพื่อการศึกษา
- โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ สุ่มน้ำลำปะทวน ครั้งที่ ๓
- โครงการศึกษาและสำรวจนกบนเทือกเขาภูแลนคา ครั้งที่ ๓
- ค่ายครอบครัวเด็กรักนก ครั้งที่ ๑ ทุ่งกะมัง
- โครงการค่ายฝึกอบรมผู้นำสื่อความหมายทางธรรมชาติ (เด็กๆ)
- โครงการทุนการศึกษาเด็กหญิงสุภัสสร เรืองขจรและเพื่อน จากกองทุนเปา
- โครงการผลิตภัณฑ์เข็มกลัดนกไม้

ปี ๒๕๔๖
- โครงการค่ายเด็กรักนกธรรมชาติ (เข้าค่ายร่วมกันของเด็กนักเรียน) ที่ทุ่งกะมัง
- โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ลุ่มน้ำลำปะทาว ครั้งที่ ๔
- โครงการศึกษาและสำรวจนกบนเทือกเขาภูแลนคา ปีที่ ๔
- โครงการสำรวจนกในป่าสุคะโต โดยด.ญ.สุภัสสร เรืองขจร และเด็กบ้านใหม่ไทยเจริญ
- โครงการสำรวจนกในป่าภูหลง โดยนายวิโรจน์ และนายเสน่ห์
- โครงการทุนการศึกษาเด็กหญิงสุภัสสร เรืองขจรและเพื่อน จากกองทุนเปา
- โครงการผลิตภัณฑ์เข็มกลัดนกไม้
- โครงการร่วมสำรวจเส้นทางแม่น้ำเลย กับ WWF
- โครงการสำรวจคุณภาพน้ำด้วยสัตว์เล็กน้ำจืด “ นักสืบสายน้ำ ” ลำห้วยสาขาลุ่มน้ำลำปะทวน
- ทำนาปลอดสารเคมี

ปี ๒๕๔๗
- โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ลุ่มน้ำลำปะทาว ครั้งที่ ๕
- โครงการศึกษาและสำรวจนกบนเทือกเขาภูแลนคา ปีที่ ๕
- โครงการทุนการศึกษาเด็กหญิงสุภัสสรเรืองขจรและเพื่อนจากกองทุนเปา
- โครงการผลิตภัณฑ์เข็มกลัดนกไม้
- โครงการสำรวจคุณภาพน้ำด้วยสัตว์เล็กน้ำจืด “ นักสืบสายน้ำ ” ลำห้วยสาขาลุ่มน้ำลำปะทาว
- โครงการฝึกอบรม “ นักสืบสายน้ำ ” ในโรงเรียน บนเทือกเขาภูแลนคา
- ค่ายครอบครัวเด็กรักนกรักษ์ธรรมชาติ ครั้งที่ ๒ ที่ทุ่งกะมัง
- โครงการศึกษาดูนกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
- ทำนาปลอดสารเคมี
- โครงการความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำปะทาว (ป่าภูหลง)
- รับทำค่ายฝึกอบรมดูนกและธรรมชาตินอกสถานที่ (เยาวชนเชียงราย โดยองค์กร PLAN เจ้าหน้าที่-ครู รอบพื้นที่เขตรักษาพันธุ์ป่าภูเขียวโดยโครงการ EU และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดย WCS)

สรุปกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมา

การเกษตร
- การปลูกข้าว, ทำสวน, เลี้ยงไก่-ปลา

งานเผยแพร่
- เดินธรรมยาตรา, จัดค่ายเยาวชน

งานระดมทุน
- ทำเข็มกลัดนก, สมุดบันทึก, รับจ้างทำค่าย, รับบริจาค

งานข้อมูล
- สำรวจนก สำรวจน้ำ “ นักสืบสายน้ำ ”, ฟื้นฟูสภาพป่า (การทดลองพื้นที่ชมรม)

การจัดองค์กร
- การออกกฎ-ระเบียบ, การจัดสวัสดิการอาสาสมัคร, การจัดเวรดูแลสวน

สิ่งที่สมาชิกอยากทำ

การระดมทุน
- การวาดเสื้อ, การทำโมบายนก, ทำสมุดบันทึก, หาตลาดนกเพิ่ม, ทำการ์ดนก

งานเผยแพร่
- ทำค่าย, เล่นละครในโรงเรียน, ห้องเรียนธรรมชาติ, ปลูกต้นไม้ในโรงเรียน, เพาะพันธุ์กล้าไม้, ทำเครือข่ายคนรักษ์น้ำลำปะทาว, ศูนย์นิทรรศการ, จัดงานแสดงผลงานเด็ก, ธนาคารขยะ

งานข้อมูล
- สมุนไพร, สำรวจพันธุ์พืชริมน้ำ-ธรรมชาติ, สำรวจสัตว์น้ำ, คู่มือดูนกบนเทือกเขาภูแลนคา, เก็บข้อมูลสถิติชนิดและความหลากหลายของนก, สำรวจแหล่งอาหารตามธรรมชาติ

การทำเกษตร
- ทำนาปลอดสารเคมี, ผักปลอดสารพิษ, กลุ่มเครือข่ายเกษตรธรรมชาติ

การจัดการองค์กร
- หาสมาชิกอาสาสมัครเพิ่ม

วัตถุประสงค์

เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ให้กับเด็ก เยาวชน ด้วยการศึกษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติ การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติเกี่ยวกับปริมาณและชนิดนกบนเทือกเขาภูแลนคา เขตจังหวัดชัยภูมิ อย่างต่อเนื่องซึ่งจะทำให้เด็กรับทราบเกี่ยวกับการอพยกย้ายถิ่นของนก ปัญหาผลกระทบที่มีต่อนกและธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกลุ่มเด็กเยาวชน ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นต่อไปในอนาคต อันจะเกิดจากการรับรู้สถานการณ์ของนกในปัจจุบัน

เพื่อให้เด็กๆ ได้ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ของนก สิ่งแวดล้อม ชุมชน บนเทือกเขาภูแลนคาในปัจจุบันและแสวงหาแนวทางในการแก้ไข รวมทั้งการเผยแพร่กิจกรรมสู่สาธารณะชนด้วยการทำจดหมายข่าวอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ขอบเขตที่รับผิดชอบ

บริเวณพื้นที่เทือกเขาภูแลนคาตอนบน เขตจังหวัดชัยภูมิ โดยมีแนวเขตติดต่อกับอำเภอเมือง อำเภอหนองบัวแดง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอเขียวและอำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ จำนวน ๔๑ หมู่บ้าน ๕ ตำบล

วิธีการดำเนินงาน

ติดต่อประสานงานกับโรงเรียน สมาชิกกลุ่มเป้าหมายและผู้ปกครองของเด็ก
เสนอโครงการของบประมาณจากแหล่งทุน
จัดค่ายกิจกรรมฝึกอบรม
จัดกิจกรรมสำรวจนกบนเทือกเขาทุกเสาร์-อาทิตย์
ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์สิ่งแวดล้อมบนเทือกเขาภูแลนคากับกลุ่มสมาชิก
จัดทำจดหมายข่าว เพื่อรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
จัดทำรายงานกิจกรรมสรุปให้กับที่ปรึกษา ผู้ที่สนับสนุนทุน
จัดค่ายแสวนาสรุปและประเมินผลกิจกรรม

ปัญหาและอุปสรรค

ยานพาหนะ
เนื่องจากการเดินทางไปสำรวจนกทุกครั้ง จำเป็นต้องอาศัยรถยนต์เป็นพาหนะในการขนย้ายสัมภาระและเด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ๑๒-๒๐ คนในแต่ละครั้ง การเดินทางไปยังจุดหมายซึ่งมีระยะเวลาในการทำกิจกรรมอย่างจำกัด ทางชมรมได้ขอยืมรถยนต์จากทางวัดป่ามหาวัน แต่เนื่องจากสภาพรถมีอายุการใช้งานมานานกว่า ๑๐ ปีอีกทั้งทางวัดก็จำเป็นต้องใช้รถยนต์เราจึงต้องขาดการทำกิจกรรมในบางช่วงทำให้การวางแผนงานขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและโอกาสเท่านั้น

อุปกรณ์ศึกษาดูนก
เนื่องจากอุปกรณ์ในการศึกษาดูนกมีราคาสูง จึงเป็นเรื่องยากที่จะจัดซื้อเพิ่ม ปัจจุบันอุปกรณ์มีจำนวนน้อยไม่เพียงพอกับจำนวนเด็ก และมีสภาพชำรุดมาก

บุคลากร
ขาดอาสาสมัครที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะทางชมรมไม่มีเงินงบประมาณสนับสนุน ทำให้กลุ่มสมาชิกและเยาวชนขาดรายได้ จึงจำเป็นต้องอพยพแรงงานไปรับจ้างในเมืองใหญ่

งบประมาณ
แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรมากกว่าผลของการทำกิจกรรม ซึ่งทางชมรมเด็กรักนกเป็นเพียงกลุ่มคน จึงขาดแหล่งทุนที่จะให้งบประมาณในการสนับสนุนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

แผนงานในอนาคต

การศึกษาแหล่งถิ่นที่อยู่ของนก และเส้นทางการอพยกของนกย้ายถิ่น
จัดทำคู่มือศึกษานกบนเทือกเขาภูแลนคา
รณรงค์เผยแพร่สถานการณ์ของนกและการห้ามล่านกในโรงเรียน
การส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มสมาชิก

 ปฏิทินกิจกรรม

ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรมเจริญสติภาวนาแบบเคลื่อนไหว
ตามอุบายวิธีของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ประจำปี ๒๕๕๑

กลุ่มรพ.ชัยภูมิ, รพ.บุรีรัมย์ และอีกหลายๆ โรงพยาบาล
ณ วัดป่าสุคะโต
ต. ท่ามะไฟหวาน อ. แก้งคร้อ จ. ชัยภูมิ ๓๖๑๕๐
ครั้งที่ ๑/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๓  –  เสาร์ที่ ๑๙ ม.ค. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๐  –  เสาร์ที่ ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๓/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๒๓  –  เสาร์ที่ ๒๙ มี.ค. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๔/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๖  –  เสาร์ที่ ๑๒ เม.ย. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๕/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๑  –  เสาร์ที่ ๑๗ พ.ค. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๖/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๘  –  เสาร์ที่ ๑๔ มิ.ย. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๗/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๖  –  เสาร์ที่ ๑๒  ก.ค. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๘/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๗  –  เสาร์ที่ ๒๓ ส.ค. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๙/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๔  –  เสาร์ที่ ๒๐ ก.ย.  ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๑๐/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๕  –  เสาร์ที่ ๑๑  ต.ค. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๑๑/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๙  –  เสาร์ที่ ๑๕ พ.ย. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๑๒/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๗  –  เสาร์ที่ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๕๑
ติดต่อที่
OPD แผนกจักษุ รพ. ชัยภูมิ โทร. ๐๔๔ – ๘๑๑ – ๔๔๔
หรือที่
วัดป่าสุคะโต โทร. ๐๘๕ – ๔๙๒ – ๗๗๐๙
 
ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรมเจริญสติภาวนาแบบเคลื่อนไหว
ตามอุบายวิธีของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ประจำปี ๒๕๕๑

กลุ่มรพ.สิิงห์บุรี
ณ วัดป่าสุคะโต
ต. ท่ามะไฟหวาน อ. แก้งคร้อ จ. ชัยภูมิ ๓๖๑๕๐
ครั้งที่ ๑/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๖ – วันเสาร์ ที่ ๑๒ ม.ค. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๓ – วันเสาร์ที่  ๙  ก.พ. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๓/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ – วันเสาร์ที่  ๒๒ มี.ค.๒๕๕๑
ครั้งที่ ๔/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ – วันเสาร์ที่  ๒๖ เม.ย.๒๕๕๑
ครั้งที่ ๕/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ – วันเสาร์ที่  ๓๑ พ.ค.๒๕๕๑
ครั้งที่ ๖/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ – วันเสาร์ที่  ๒๘ มิ.ย.๒๕๕๑
ครั้งที่ ๗/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ – วันเสาร์ที่  ๒๖ ก.ค.๒๕๕๑
ครั้งที่ ๘/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๓ – วันเสาร์ที่ ๙ ส.ค.  ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๙/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๗ – วันเสาร์ที่  ๑๓ ก.ย. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๑๐/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ ต.ค. – วันเสาร์ที่ ๑ พ.ย.๕๑
ครั้งที่ ๑๑/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ – วันเสาร์ที่ ๒๒ พ.ย. ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๑๒/๕๑ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ – วันเสาร์ที่ ๒๗ ธ.ค.๒๕๕๑
ติดต่อที่
วัดป่าสุคะโต โทร. ๐๘๕ – ๔๙๒ – ๗๗๐๙

 

 

 
 
 
รายการหลักสูตรทั้งหมด 3 รายการ
วันที่อบรม
หลักสูตร
จองแล้ว (คน)
สถานะการรับสมัคร
1 เม.ย. 2551 ถึง 10 เม.ย. 2551
0
ปิดรับลงทะเบียนแล้ว
1 มิ.ย. 2551 ถึง 29 มิ.ย. 2551
0
ปิดรับลงทะเบียนแล้ว
15 พ.ค. 2551 ถึง 29 ส.ค. 2551
0
ปิดรับลงทะเบียนแล้ว
คลิกที่ชื่อหลักสูตร เพื่อเข้าไปดูรายละเอียด ( กรุณาลงทะเบียนก่อนจองหลักสูตร)